Saas , PAAS และ IAAS คืออะไร

Saas , PAAS และ IAAS เป็น Cloud Computing Service Model อธิบายง่ายๆ ก็คือรูปแบบบริการที่จะประมวลผลตามความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งซอฟต์แวร์จะจัดสรรทรัพยากรและบริการให้ผู้ใช้งานหรือผู้ร้องขอบริการ โดยผู้ขอใช้บริการไม่จำเป็นต้องเข้าใจระบบการทำงานภายในที่ซับซ้อนก็สามารถเรียกใช้งานได้อย่างสะดวก ต่อไปมาดูรายละเอียดของแต่ละประเภทมีความหมายว่าอย่างไร และใช้ทำอะไรกันบ้างครับ

cloud-computing-what-is-cloud-02

Saas เป็นคำย่อมาจาก Software as a service เป็นวิธีหนึ่งที่ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้งานซอฟแวร์ (Software) ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนต (Internet) โดยไม่ต้องทำการลงซอฟแวร์ (Install) และดูแลรักษา (Maintenance) อย่างเช่น การต้องมาคอยแบคอัพ (Backup) ข้อมูลป้องกันข้อมูลหาย เป็นต้น จะเห็นว่าแนวคิดบริการ Saas นั้นจะทำให้ผู้ใช้เพียงแค่เชื่อมต่อเครือข่ายก็สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องสนใจความซับซ้อนภายในของซอฟแวร์ และยังไม่ต้องสนใจการดูแลรักษาฮาร์ดแวร์อีกด้วย

saas

ประโยชน์ของ Saas

เมื่อก่อนเราต้องซื้อ, สร้าง และบำรุงรักษา IT infrastructure ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ซึ่ง Saas นั้นเป็นทางเลือกแก่องค์กร โดยปัจจุบันแค่เพียงเชื่อมต่อกับบริการที่แชร์ผ่านอินเตอร์เนตก็ใช้งานบริการได้แล้ว นอกจากนั้นยังมีความยืดหยุ่นสูงเหมาะกับธุรกิจตั้งแต่เล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ และไม่จำกัดรูปแบบของธุรกิจ มาดูข้อดีของ Saas ว่ามีอะไรบ้าง

  • โอกาสถูกเลือกใช้สูง
    โปรแกรม Saas สามารถเข้าถึงด้วยคอมพิวเตอร์ทุกแบบ หรือทุกๆ อุปกรณ์ได้ตลอดเวลา ได้ทุกที่ เพราะคนส่วมใหญ่จะคุ้นเคยกับการใช้งานอินเตอร์เนตดีอยู่แล้วทำให้ไมจำเป็นต้องใช้เวลาเรียนรู้การใช้งานอะไรมากมาย
  • ต้นทุนในการเริ่มใช้งานต่ำ
    โปรแกรม Saas ไม่ต้องมีค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตใช้งานนั่นหมายความว่าเริ่มต้นด้วยต้นทุนที่ต่ำได้ มี Saas provider (ผู้ให้บริการ Saas) คอนจัดการเรื่องระบบ IT infrastructure ให้หมายความว่าใช้ต้นทุนทางด้าน IT ที่ต่ำกว่าสำหรับฮาร์ดแวร์ (Hardware), ซอฟแวร์ และคนดูแลระบบทั้ง
  • อัพเกรดได้สะดวก
    เพราะ Saas provider นั้นเป็นผู้จัดการในเรื่องอัพเดทและอัพเกรดโดยที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องดาวน์โหลดหรือ Install เอง รวมทั้ง Saas ยังช่วยจัดการเรื่องความสามารถในการใช้งานบริการให้ใช้งานได้ตลอดเวลาหรือเกือบตลอดเวลา โดยผู้ใช้บริการก็ไม่ต้องสนใจเรื่องบฮาร์ดแวร์, ซอฟแวร์ และ bandwidth จากปริมาณใช้งานที่เพิ่มขึ้น
  • รวมเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน
    ผู้ขาย Saas นั้นจะยอมให้ปรับแต่งปริมาณต่างๆ ได้ตามที่ผู้ซื้อต้องการ และยังมีให้บริการ API ให้กับผู้ใช้บริการเพื่อรวมเข้ากับระบบเดิมของผู้ใช้บริการได้อย่างแนบเนียน

Paas

PaaS ย่อมาจาก Platform as a Service เป็นการเช่าฮาร์ดแวร์, operating systems, storage และ network capacity บน Internet ซึ่งเป็นรูปแบบการให้บริการโดยให้ลูกค้าเช่าเซิฟเวอร์เสมือน (virtualize servers)

PaaS เป็นผลที่เกิดขึ้นจากแนวคิดของ Saas ที่กล่าวไว้ข้างต้น โดย Paas ก็มีข้อดีอยู่หลายอย่างสำหรับ Developers อย่างเช่นการปรับเปลี่ยน system features สามารถเปลี่ยนและอัพเกรดได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานที่ทำงานกระจายกันออกไปก็สามารถทำงานร่วมกันบน software development projects เดียวกันได้อย่างสะดวกเพราะมันสามารถรับข้อมูลจากทั่วโลกได้อย่างไรพรมแดน แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบด้วย

iaas

IaaS ย่อมาจาก Infrastucture as a Service เป็นรูปแบบที่องค์กรใช้อุปกรณ์จาก outsource ที่คอยซัพพอร์ตการดำเนินการ รวมทั้ง Storage, Hardware, Servers และเครือข่าย ผู้ให้บริการจะเป็นเจ้าของอุปกรณ์และรับผิดชอบการทำงาน การบำรุงรักษา โดยผู้ใช้บริการก็เลือกจ่ายตามการใช้งานจริง

คุณลักษณะของ IaaS (ขอใช้ภาษาอังกฤษนะครับ น่าจะเข้าใจตรงกันมากกว่า)

  • Utility computing service and billing model.
  • Automation of administrative tasks.
  • Dynamic scaling.
  • Desktop virtualization.
  • Policy-based services.
  • Internet connectivity.

cloud_stack

จากที่พูดมาทั้งหมดน่าจะพอเห็นภาพรวมของทั้ง 3 บริการกันแล้วนะครับ ซึ่งทุกบริการนั้นหากเลือกใช้ให้ถูกก็จะได้ประโยชน์มหาศาลเลยโดยเฉพาะองค์กร เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากจริง เช่น ไม่ต้องลงทุนซื้อ Server ตัวราคาเป็นล้านตามมาด้วยค่าบำรุงรักษาอีกมาก ซึ่งอาจกระทบรายได้โดยรวมขององค์กรหรือบริษัทได้ เป็นต้น